ส้มตำ เป็นอาหารประจำถิ่นหรืออาหารประจำชาติ

ส้มตำเป็นอาหารถิ่นที่เรียกได้ว่าคนไทยแทบทุกสารทิศนิยมรับประทานกันจนจะเป็นอาหารประจำชาติอยู่แล้ว และหากถามชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยถึงเรื่องเมนูอาหารไทยที่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ หนึ่งในคำตอบของนักท่องเที่ยวคงต้องมีส้มตำเป็นคำตอบแน่แท้ เพราะนอกจากรสชาติอันจัดจ้านของส้มตำแล้ว เรื่องกลิ่นที่รุนแรงแต่กลับหอมหวนจมูกของคนไทยก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้เช่นกัน ที่ทำให้ส้มตำเป็นอาหารขึ้นชื่ออันโด่งดัง จนทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอยากลิ้มลอง

ส้มตำมาจากไหน?

หากตั้งคำถามเพื่อให้หลาย ๆ คนคาดเดาว่า ส้มตำเป็นของชนชาติใด? เชื่อว่าทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยแทบจะทั้งประเทศคงฟันธงว่าส้มตำเป็นอาหารพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังไม่มีผู้ใดสามารถหาข้อสรุปต้นกำเนิดของส้มตำได้อย่างแน่ชัด มีเพียงการ สันนิษฐานไปในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นส้มตำมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่แล้ว หรือบางท่านก็ สันนิษฐานจากที่มาของวัตถุดิบว่าส้มตำเข้ามาจากทางตอนใต้ของประเทศไทย แต่มีการ สันนิษฐานที่สำคัญ  สันนิษฐานไว้ว่าส้มตำในรูปแบบปัจจุบันนั้นอย่างที่เราคุ้นเคยมีการดัดแปลงและคิดค้นมาจากแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศลาว ถึงแม้ว่าที่มาที่ไปจะไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่นอน แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ส้มตำได้รับความนิยมลดลงเลยแม้แต่น้อย

ทำไมถึงเรียกว่าส้มตำ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใส่ส้ม

อย่างที่หลายคนทราบกันว่าส้มตำเป็นอาหารที่ใช้มะละกอดิบเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ด้วยความที่การตำส้มตำนั้นจะเน้นความเปรี้ยวเป็นหลัก จึงได้มีการใช้คำว่าส้มแทนคำว่าเปรี้ยว จึงทำให้คนไทยเรียกเมนูนี้ว่าส้มตำ หรือตำส้มในภาคอีสานและภาคเหนือ ถึงแม้จะชื่อเรียกไม่เหมือนกันแต่วิธีการตำส้มตำนั้นเป็นแบบเดียวกันทั้งหมดและไม่นิยมดัดแปลงส่วนผสมเพราะจะทำให้เสียรสชาติ

วิธีการตำส้มตำมีดังนี้ ใส่พริกขี้หนู กระเทียม ถั่วฝักยาวตัดท่อนลงในครก โขลกให้แตกพอประมาณ จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บ บีบน้ำมะนาว น้ำปลา ผงชูรส คนให้เข้ากัน ตามด้วยมะละกอดิบจะหั่นเป็นเส้นหรือจะขูดก็แล้วแต่ความชอบ ฝานมะเขือเทศ ใส่ลงไปและคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานโรยถั่วลิสงและกุ้งแห้ง จากนั้นก็จะได้ส้มตำไทยพร้อมรับประทาน แต่ถ้าใครเปลี่ยนใจอยากกินตำปูปลาร้า เพียงแค่ใส่น้ำปลาร้าลงไปในครกและคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ ท่านก็จะได้ตำปูปลาร้าอันหอมหวนชวนทานแล้ว

ส้มตำก็ถูกสุขอนามัยได้

ปัจจุบันมีการดัดแปลงเมนูส้มตำโดยการใส่เนื้อสัตว์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหอยแครงดอง หอยแครงสด กุ้งสด ปูม้าสด และอื่น ๆ โดยส่วนมากทางร้านจะเน้นการทำให้เนื้อสัตว์มีลักษณะกึ่งดิบกึ่งสุก ซึ่งไม่ถูกสุขอนามัย ดังนั้นแล้วท่านทั้งหลายจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือถ้าหากอยากรับประทานส้มตำที่ใส่หอยดอง หอยแครง ปูม้า หรืออื่น ๆ ก็ควรทำให้เนื้อสัตว์สุกให้ดีเสียก่อน