Category Archives: อาหารต่างแดน

มารู้จักดินแดนหมีขาว ไปกับเรื่องราววัฒนธรรมการกินและเมนูอาหารรัสเซีย

ประเทศรัสเซียมีพื้นที่ประเทศที่ใหญ่มาก มีสภาพอากาศหนาวเย็น โดยในบางพื้นที่มีอุณหภูมิติดลบหลายสิบองศาเซลเซียสติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหลายเดือน จนทำให้เมื่อกล่าวถึงประเทศนี้ หลายคนจะเรียกประเทศรัสเซียอ้อม ๆ ว่าดินแดนแห่งหมีขาว ด้วยลักษณะสภาพอากาศหนาวเย็นแทบตลอดทั้งปีเมื่อเทียบกับประเทศไทย รวมถึงผู้คนชาวรัสเซียที่มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากชาวเอเชียโดยทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ประเทศรัสเซียอยู่ในทวีปเอเชียเช่นเดียวกัน จึงอาจทำให้หลายคนนึกสงสัยว่า แล้วชาวรัสเซียมีลักษณะอาหารการกินเป็นอย่างไร วันนี้จะลองพาไปรู้จักลักษณะวัตถุดิบอาหารคร่าว ๆ ของชาวรัสเซียกัน

อาหารของชาวรัสเซียส่วนใหญ่มักจะเน้นเป็นพวก “ธัญพืชและผัก” เป็นส่วนประกอบ ทำให้เมนูอาหารรัสเซียแทบทุกจานมีผักหรือธัญพืช ทั้งที่อยู่ในรูปของของดอง ของสด และผ่านการให้ความร้อน โดยเฉพาะหัวมันฝรั่งที่จะมีอยู่เป็นส่วนประกอบในจานอาหารรัสเซียแทบทุกเมนู ไม่เว้นแม้แต่ซุปบอร์ช (Borshch) เมนูที่ได้รับความชื่นชอบและเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามจากชาวรัสเซีย ซึ่งอาหารรัสเซียจานนี้มีลักษณะเป็นซุปสีแดงเข้ม คล้ายสีของกลีบกุหลาบแดง ทั้งตัวน้ำใส ๆ ตัวผักนานาชนิดและวัตถุดิบในการปรุงอื่น ๆ ตัดกับสีขาวสว่างเนื้อนวลเนียนของซาวครีมเข้มข้นสูตรรัสเซียแท้ ๆ ด้านบนของผิวหน้าซุป อาจจะเพิ่มความสวยงามด้วยสีเขียวเข้มของผักซอย ที่โรยตกแต่งหน้าอีกเล็กน้อย ฯลฯ

ยังมีเมนูอาหารอีกไม่น้อยที่มีผักเป็นส่วนประกอบ แต่อาจจะมีการเพิ่มเนื้อสัตว์ลงไปหรือในบ้างเมนูที่มีเนื้อสัตว์เป็นวัตถุหลักทั้งหมด ก็ยังมีผักและธัญพืชไว้กินเป็นเครื่องเคียง

นอกจากนี้อาหารรัสเซียจะนิยมใช้พวก “เครื่องเทศ” ที่ให้กลิ่นหอมเป็นตัวหนึ่งในตัวชูรสอาหาร โดยเฉพาะหัวหอมใหญ่ที่มักจะใส่ลงไปในหลากหลายประเภทอาหาร ทั้งแบบเห็นเป็นชิ้น ๆ และถูกหั่นจนมีขนาดเล็กใส่ลงไปเพียงเล็กน้อยจนมองแทบไม่เห็น อาทิ ในเมนูที่มีชื่อว่า เนื้อสโตรกานอฟ ก็จะนำหัวหอมใหญ่มาต้มกับเนื้อที่เป็นวัตถุดิบหลักแล้วใส่ผัก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นมันฝรั่งที่เปลือกปลอกจนเกลี้ยง แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วใส่วัตถุดิบอื่น ๆ และทำการปรุงรสอีกเล็กน้อย จากนั้นเคี่ยวไปเรื่อย ๆ ด้วยไฟไม่แรงมากนัก สุดท้ายได้เนื้อสโตรกานอฟที่มีลักษณะคล้ายสตูซึ่งมีเนื้อนุ่มเปื่อยแทบละลายในปากและน้ำซุปหวานกลมกล่อมจากหัวหอมใหญ่ที่ใส่ลงไป เวลาเสิร์ฟอาจจะเพิ่มสีสันด้วยสีเขียวสดของพาร์สลีย์สับละเอียด สีแดงอมส้มของพริกปาปริก้า และสีขาวนวลเนียนของซาวครีมรัสเซียอีกเล็กน้อย ฯลฯ

อาหารรัสเซียยังมีลักษณะเฉพาะในอาหารอีกไม่น้อย หากได้ลองได้ลิ้มชิมรสกันแล้วจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนที่ทำให้อาหารรัสเซียนั่นมีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนกับอาหารที่ไหน พาในคนที่ได้ลองชิมอยากจะลองชิมอีกสักครั้งเมื่อมีโอกาส

 

ทำความรู้จัก “ภูฏาน” ประเทศที่รอบล้อมไปด้วยภูเขาผ่านอาหารการกินกันเถอะ


อาหารเป็นอีกสิ่งที่บ่งบอกถึงอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดอาหารเมนูนั้น ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกที่การจะเรียนรู้หรือทำความรู้จักเมืองหรือประเทศที่ต้องการ อาหารจะเป็นอีกสื่อหนึ่งที่ชอบใช้กัน โดยอาหารของประเทศภูฏานจะมีเอกลักษณ์ตรงรสชาติที่มักจะเป็นอาหารเน้นรสเผ็ด เมนูอาหารภูฏานหลาย ๆ จานจะมีพริกเป็นส่วนประกอบไม่ว่าจะเป็นพริกแห้งพริกสดก็ถูกมารังสรรค์ให้เข้ากับเนื้อสัตว์หรือผักออกมาได้อย่างลงตัวและน่ากิน

อาหารภูฏานยังมีบางลักษณะการกินอาหารที่คล้ายกับประเทศไทยนั่นคือการทาน “ข้าว” เป็นอาหารหลักแทบทุกมื้ออาหารโดยชนิดพันธุ์ข้าวของภูฏานที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก คือ ข้าวแดง (Red Rice) ซึ่งมีลักษณะสมชื่อโดยมีสีออกแดงอ่อน ชาวภูฏานจะทานข้าวคู่กับข้าวเป็นจาน ๆ แน่นอนเกือบทุกจานต้องใส่พริก อาทิ แกงพริกใส่ชีส (Ema Datshi) อาหารประจำชาติของชาวภูฏานที่มีลักษณะน้ำข้นขลุกขลิกคล้ายแกงกะทิ มีสีเหลืองอมส้ม บางแห่งก็มีสีเหลืองไข่ มีผักชนิดต่าง ๆอยู่ภายใน และมีพริกแดงพริกเขียวลอยอยู่ด้านบน เมนูนี่อาจจะใส่พวกสัตว์หมู เนื้อวัว เนื้อจามรีในบางครั้ง แต่โดยทั่วไป เมนูนี่จะมีวัตถุดิบในการปรุงหลัก ๆ เพียงแค่ชีสและพริกแค่สองอย่างเท่านั้น ฯลฯ นอกจากการกินข้าวคู่กับข้าวแล้วยังสามารถนำข้าวมาปรุงรสด้วยเนยและเครื่องเทศต่าง ๆ ผสมรวมกันได้เมนูที่ให้อารมณ์คล้าย ๆ ข้าวผักหรือข้าวคลุกอีกด้วย

นอกจากข้าวซึ่งเป็นอาหารที่กินกันเป็นประจำแล้ว “ชีส” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มักถูกนำมาปรุงเป็นอาหารจานเด็ด อาทิ การนำชีสที่ทำจากนมแท้ ๆ กลิ่นรสหอมมันมาผสมกับผักชนิดต่าง ๆ แล้วนำมาปรุงด้วยวิธีการเฉพาะได้มาเป็นไส้ของโมโม (Momo) อาหารกินเล่นอีกชนิดของชาวภูฏาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นแป้งที่บรรจุไส้แล้วนำมาห่อเป็นรูปร่างต่าง ๆ ทั้งรูปร่างกลมบ้างหรือจะรูปร่างหน้าตาคล้ายเกี๊ยวบ้าง โดยเมนูโมโมจะนิยมกินตอนร้อนหลังจากนึ่งใหม่ ๆ ซึ่งจะให้กลิ่นรส และเนื้อสัมผัสที่ดี  เมนูโมโมนั้นจะสามารถหาซื้อกินได้ทั่วไปในประเทศภูฏานไม่ยากนัก ฯลฯ นอกจากนี้ชาวภูฏานยังนำ  ชีสมาทำการแห้งได้เป็นชีสที่มีลักษณะเป็นก้อนแห้ง ๆ สีขาวนวลอมเหลืองอ่อนเล็กน้อยซึ่งเป็นการถนอมอาหารชนิดหนึ่ง ทำให้สามารถเก็บชีสไว้กินได้นานมากขึ้น โดยก้อนชีสแห้งนี่จะถูกแขวนเป็นพวง ๆ เพื่อเอาไว้กินเป็นของว่างระหว่างวันกัน

อาหารภูฏานยังมีลักษณะเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ในเมนูอาหารจานต่าง ๆ ซึ่งจะมีความแตกต่างไปในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งสามารถบอกเล่าประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนั้น ๆ ได้ ซึ่งคล้ายคลึงเมนูอาหารทั้งสี่ภาคของไทย

 

พามารู้จักเครื่องปรุงรสชาติอย่างจีน…หนึ่งในเหตุผลของความอร่อย

ประเทศจีนมีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีผู้คนจำนวนมาก ทำให้ชนิดของอาหารจีนนั้นก็มีความหลากหลายเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน ทั้งในด้านของรูปร่างลักษณะ รสชาติ กลิ่นสี รวมถึงวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสที่ใช้ในการประกอบอาหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดมนต์เสน่ห์ของอาหารจีน จนเป็นที่ติดอกติดใจของนักท่องเที่ยวที่ได้มาลิ้มชิมรสกัน ตอนนี้หลายคนคงอยากจะรู้แล้วซิว่าวัตถุดิบหรือเครื่องปรุงรสอะไรบ้าง ที่ช่วยรังสรรค์อาหารจีนให้ออกมาเป็นเอกลักษณ์ขนาดนี่ ไม่ต้องรอไม่เสียเวลามารู้จักเครื่องปรุงตัวแรกกันก่อนเลย

“ซอสงาบด” (Chinese sesame paste) เป็นซอสที่ทำจากงาขาวบดละเอียด ผสมกับน้ำมันงาหรือน้ำมันพืช บางสูตรอาจจะใส่ถั่วสิสงที่นำมาบดลงละเอียดไปด้วย ตัวซอสงาบดจะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมสีขาวนวลเนียนไม่ข้นมากนัก เมื่อตั้งทิ้งไว้จะเกิดการแยกชั้นระหว่างตัวน้ำมันกับเนื้องาบด ซึ่งไม่ต้องตกใจไปเพียงแค่คนให้เข้ากันก็สามารถนำมาใช้ในการประกอบอาหารได้แล้ว ซอสงาบดนี่เป็นเครื่องปรุงอีกชนิดที่ใช้กันแพร่หลายทั้งในประเทศจีนและฮ่องกง เมนูที่ใช้ซอสงาบดเป็นส่วนประกอบก็มีไม่น้อยเช่นเดียวกัน อาทิ นำซอสงาบดมาใส่ในซอสหมักหมูแดงสูตรฮ่องกง หรือใช้เป็นส่วนผสมชนิดหนึ่งในซอสราดหมูแดงและเป็ดพะโล้สูตรฮ่องกง โดยซอสงาบดจะทำให้ตัวซอสราดมีสีขาวนวลเนียนคล้ายสีของซอสงาบด ฯลฯ

เครื่องปรุงต่อมาที่น่าสนใจคือ “น้ำมันพริก” เครื่องปรุงรสชนิดนี่มีลักษณะเป็นน้ำมันสีแดงเข้มออกส้มเล็กน้อย มีเนื้อพริกป่นละเอียด เอาเม็ดออกหรือเม็ดพริกอย่างเดียวนอนก้นอยู่ในน้ำมันพริกด้านล่าง น้ำมันพริกชนิดนี่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในประเทศจีนหรือฮ่องกง ส่วนในประเทศไทยก็มีขายตามร้ายขายเครื่องปรุงอาหารจีน แต่หากใครไม่สะดวกที่จะซื้อก็สามารถทำขึ้นเองได้ ซึ่งวิธีทำก็ไม่สลับซ้อนอะไร เพียงแค่นำพริกป่นละเอียดหรือเม็ดพริกมาผัดกับน้ำมันให้เข้ากันก็เป็นอันเสร็จ หากชอบเผ็ดมากก็ใส่พริกป่นละเอียดมาก หากชอบพริกน้อยก็ใส่พริกป่นไม่ต้องเยอะ ใส่เพียงแค่ให้น้ำมันมีสีแดงก็พอ ในบางครั้งอาจใช้ชวงเจียหรือพริกหอมมาผัดกับน้ำมันแทน ซึ่งจะได้น้ำมันพริกชวงเจียแทน เมนูที่ใช้น้ำมันพริกในการปรุงส่วนใหญ่จะเป็นอาหารเสฉวนหรือหูหนาน ทั้งไก่ผัดพริกแห้ง ที่นำเนื้อไก่ พริกแห้ง กระเทียม เครื่องเทศอื่นผัดร่วมกัน ทำการปรุงรส แล้วใส่น้ำมันลงไปเพื่อให้เนื้อไก่มีสีสวยงามรสชาติจัดจ้าน นอกจากนี้น้ำมันพริกยังเป็นหนึ่งในตัวชูรสของเมนูสุกี้เสฉวน ที่มีสีสันและรสชาติร้อนแรงอีกด้วย

เครื่องปรุงจีนนั้นยังมีอีกหลายชนิด และบ้างอย่างไม่สามารถหาซื้อได้ในประเทศ หากใครอยากลองทำเมนูอาหารจีนแบบตั้งตำรับก็อาจจะสั่งซื้อเข้ามา วันนี้คงจะได้พอรู้จักเครื่องปรุงรสในอาหารจีนกันพอหอมปากหอมคอแล้วไว้ครั้งหน้าหากมีโอกาสจะพาไปรู้จักเครื่องปรุงชนิดอื่น ๆ กันอีกเพิ่มเติม

 

มนต์เสน่ห์แห่งเอกลักษณ์อาหารพม่า หากได้ลองชิมดูก็อดไม่ได้ที่จะหลงรัก

พม่าเป็นประเทศที่มีพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศติดกับประเทศไทยโดยประเทศพม่ายังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ความเป็นตัวเองดั้งเดิมได้เป็นอย่างมากในเกือบทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการดำเนินชีวิต เสื้อผ้าการแต่งกาย รวมไปถึงลักษณะอาหารการกิน ถึงแม้ประเทศพม่าจะมีความหลากหลายของผู้คนในประเทศ แต่วัตถุดิบในการประกอบอาหารก็มีหลายสิ่งที่เหมือนกันในหลาย ๆ เมนูอาหารพม่า ที่พอได้เห็นก็อดจะนึกถึงอาหารพม่าทุกครั้งไปเสียไม่ได้ ตัวอย่างเช่น

ถั่ว” หากมีโอกาสกินอาหารที่ชาวพม่าขาย โดยเฉพาะแถวพื้นที่ติดกับประเทศพม่า จะพบว่าอาหารส่วนใหญ่จะมีถั่วเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเอาถั่วชนิดต่าง ๆ มาทำการชุบแป้งทอดขายด้วยเด็กน้อยชาวพม่า นำมาทำเป็นขนมขบเคี้ยวบรรจุใส่ซองอย่างดีเก็บไว้กินได้นาน หรือจะอาหารปรุงขายกันสด ๆ ก็มีถั่วให้เห็นแทบทั้งนั้น อาทิ โมฮิงกา เมนูที่ชาวพม่านิยมกินกันเป็นอาหารเช้า มีลักษณะเป็นเส้นกลม ๆ สีขาวราดด้วยน้ำข้น ๆ สีขาวขุ่นอมส้ม คล้ายกับน้ำยาของขนมจีนแกงกะทิของไทยที่มีการนำถั่วสิสงบดผสมลงไปในน้ำราดทำให้รสชาติมีความกลมกล่อมละมุนลิ้น โรยหน้าด้วยเครื่องต่าง ๆ เมนูนี่หากอยากลิ้มชิมรสกันก็สามารถหาซื้อกินได้ทั่วไปในพม่า หรือร้านอาหารพม่าที่เปิดในไทย ฯลฯ นอกจากการทำถั่วมาทำเป็นอาหารคาวกันแล้ว พวกอาหารว่างหรือของหวานพม่าหลายเมนูก็มีถั่วเป็นส่วนประกอบที่ผสมผสานจนได้รสชาติอันลงตัว

วัตถุดิบต่อมาที่มักจะพบในอาหารพม่าก็คือ “เครื่องเทศ” โดยเฉพาะผงกะหรี่และผงขมิ้นที่มักจะเห็นเป็นส่วนผสมในพวกแกงกะทิต่าง ๆ หลายเมนูทำให้อาหารที่ออกมามีสีเหลืองทองหรือสีเหลืองอมส้ม พวกอาหารว่างก็มีการใส่ผงขมิ้นเป็นส่วนประกอบกันไม่น้อยเช่นกันอย่าง ซาโมซ่าที่มีลักษณะเป็นแป้งทอดสีเหลืองทองรูปทรงสามเหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่มากนัก ภายในมีไส้ที่ทำจากถั่ว มันฝรั่ง ผงขมิ้น เครื่องเทศอื่น ๆ แล้วทำการปรุงรสด้วยเกลือ เมนูนี่นิยมกินตอนร้อน ๆ ให้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน รสชาติออกเค็มไม่มากแล้วหวานเล็กน้อยจากตัวเนื้อมันฝรั่ง และหอมกลิ่นเครื่องเทศ เมื่อกินคู่กันกับซอสสีแดงอมส้มรสชาติเปรี้ยวนำเผ็ดหวานตามอย่างเบา ๆ จะให้รสชาติที่แปลกใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

วัตถุดิบในการประกอบอาหารและลักษณะการกินของชาวพม่านั้นยังมีลักษณะหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกหลากหลายแบบ เช่น การนิยมกินหมากของชาวพม่าที่มีทั้งหมากแบบหวานและหมากแบบยาหรือจะเป็นการกินการดื่มชาก็เป็นที่นิยมและมีอยู่ในเมนูอาหารพม่าอีกหลากเมนูเช่นเดียวกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี่เป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความมีเสน่ห์และความประทับใจให้กับคนที่ได้ลองกินอาหารพม่าไม่น้อยกันเลยทีเดียว