Tag Archives: อาหารท้องถิ่น

ส้มตำ เป็นอาหารประจำถิ่นหรืออาหารประจำชาติ

ส้มตำเป็นอาหารถิ่นที่เรียกได้ว่าคนไทยแทบทุกสารทิศนิยมรับประทานกันจนจะเป็นอาหารประจำชาติอยู่แล้ว และหากถามชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยถึงเรื่องเมนูอาหารไทยที่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ หนึ่งในคำตอบของนักท่องเที่ยวคงต้องมีส้มตำเป็นคำตอบแน่แท้ เพราะนอกจากรสชาติอันจัดจ้านของส้มตำแล้ว เรื่องกลิ่นที่รุนแรงแต่กลับหอมหวนจมูกของคนไทยก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้เช่นกัน ที่ทำให้ส้มตำเป็นอาหารขึ้นชื่ออันโด่งดัง จนทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอยากลิ้มลอง

ส้มตำมาจากไหน?

หากตั้งคำถามเพื่อให้หลาย ๆ คนคาดเดาว่า ส้มตำเป็นของชนชาติใด? เชื่อว่าทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยแทบจะทั้งประเทศคงฟันธงว่าส้มตำเป็นอาหารพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังไม่มีผู้ใดสามารถหาข้อสรุปต้นกำเนิดของส้มตำได้อย่างแน่ชัด มีเพียงการ สันนิษฐานไปในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นส้มตำมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่แล้ว หรือบางท่านก็ สันนิษฐานจากที่มาของวัตถุดิบว่าส้มตำเข้ามาจากทางตอนใต้ของประเทศไทย แต่มีการ สันนิษฐานที่สำคัญ  สันนิษฐานไว้ว่าส้มตำในรูปแบบปัจจุบันนั้นอย่างที่เราคุ้นเคยมีการดัดแปลงและคิดค้นมาจากแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศลาว ถึงแม้ว่าที่มาที่ไปจะไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่นอน แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ส้มตำได้รับความนิยมลดลงเลยแม้แต่น้อย

ทำไมถึงเรียกว่าส้มตำ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใส่ส้ม

อย่างที่หลายคนทราบกันว่าส้มตำเป็นอาหารที่ใช้มะละกอดิบเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ด้วยความที่การตำส้มตำนั้นจะเน้นความเปรี้ยวเป็นหลัก จึงได้มีการใช้คำว่าส้มแทนคำว่าเปรี้ยว จึงทำให้คนไทยเรียกเมนูนี้ว่าส้มตำ หรือตำส้มในภาคอีสานและภาคเหนือ ถึงแม้จะชื่อเรียกไม่เหมือนกันแต่วิธีการตำส้มตำนั้นเป็นแบบเดียวกันทั้งหมดและไม่นิยมดัดแปลงส่วนผสมเพราะจะทำให้เสียรสชาติ

วิธีการตำส้มตำมีดังนี้ ใส่พริกขี้หนู กระเทียม ถั่วฝักยาวตัดท่อนลงในครก โขลกให้แตกพอประมาณ จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บ บีบน้ำมะนาว น้ำปลา ผงชูรส คนให้เข้ากัน ตามด้วยมะละกอดิบจะหั่นเป็นเส้นหรือจะขูดก็แล้วแต่ความชอบ ฝานมะเขือเทศ ใส่ลงไปและคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานโรยถั่วลิสงและกุ้งแห้ง จากนั้นก็จะได้ส้มตำไทยพร้อมรับประทาน แต่ถ้าใครเปลี่ยนใจอยากกินตำปูปลาร้า เพียงแค่ใส่น้ำปลาร้าลงไปในครกและคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ ท่านก็จะได้ตำปูปลาร้าอันหอมหวนชวนทานแล้ว

ส้มตำก็ถูกสุขอนามัยได้

ปัจจุบันมีการดัดแปลงเมนูส้มตำโดยการใส่เนื้อสัตว์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหอยแครงดอง หอยแครงสด กุ้งสด ปูม้าสด และอื่น ๆ โดยส่วนมากทางร้านจะเน้นการทำให้เนื้อสัตว์มีลักษณะกึ่งดิบกึ่งสุก ซึ่งไม่ถูกสุขอนามัย ดังนั้นแล้วท่านทั้งหลายจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือถ้าหากอยากรับประทานส้มตำที่ใส่หอยดอง หอยแครง ปูม้า หรืออื่น ๆ ก็ควรทำให้เนื้อสัตว์สุกให้ดีเสียก่อน

อย่าพลาดที่จะลิ้มลอง เมนูยอดฮิตของคนหาดใหญ่

เมื่อหลายคนไปเที่ยวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มักจะซื้อของยอดฮิตขึ้นชื่อติดไม้ติดติดมือกลับไปฝากคนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นขนมจำพวกช็อกโกแลต คุกกี้ ลูกอม เครื่องดื่ม น้ำผลไม้จากต่างประเทศ อาหารและผลไม้อบแห้ง หรืออาหารเฉพาะถิ่นอย่างไข่ครอบ แกงไตปลา รวมไปถึงมะม่วงเบาแช่อิ่ม เป็นต้น

มะม่วงเบาแตกต่างจากมะม่วงอื่นอย่างไร?

มะม่วงเป็นผลไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งที่มีหลากหลายสายพันธุ์ในประเทศไทย แต่ละสายพันธุ์ก็มีรสชาติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป เช่น พันธุ์เขียวเสวย ผลอ่อนมีสีเขียวรสชาติกรอบมัน แต่เมื่อสุกกลับมีรสชาติหวานมัน หรือพันธุ์น้ำดอกไม้ ผลอ่อนมีสีเขียวรสชาติเปรี้ยว แต่เมื่อสุกผลเป็นสีเหลืองทองมีรสชาติหวาน  เป็นต้น ส่วนมะม่วงเบามีผลขนาดเล็กประมาณฝ่ามือ ผลอ่อนเป็นสีเขียวมีรสชาติเปรี้ยวจี๊ด เมื่อสุกจะมีรสชาติหวาน แต่ไม่ได้รับความนิยมในการกินผลสุกมากนัก มะม่วงเบาขึ้นเฉพาะทางแทบภาคใต้ของประเทศไทย แต่มีหลายท่านพยายามนำไปปลูกที่อื่น แต่ก็ได้รสชาติเปรี้ยวที่แตกต่างจากมะม่วงเบาทางภาคใต้ เนื่องจากแร่ธาตุของดินที่ใช้ปลูกมีความแตกต่างกัน

มะม่วงเบาหลากหลายเมนู

                มะม่วงเบาให้ผลผลิตครั้งหนึ่งเป็นระยะเวลาประมาณ ๓-๔ เดือน และให้ผลครั้งละหลายลูก จึงทำให้การกินมะม่วงเบาให้ทันเวลาก่อนมะม่วงสุกนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ด้วยความที่มะม่วงเบามีรสชาติเปรี้ยว จึงได้รับความนิยมนำมาประกอบอาหาร ทำอาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้นหากใครมีโอกาสไปเที่ยวหาดใหญ่ อย่าลืมไปลิ้มลองเมนูมะม่วงเบาเหล่านี้นะ

น้ำพริกมะม่วงเบา

                น้ำพริกมะม่วงเป็นเมนูที่ทำได้ง่ายมาก เนื่องจากมีส่วนประกอบเดียวกันกับน้ำพริกกะปิทั่วไป เพียงแค่ซอยมะม่วงเบาลงไปผสมในน้ำพริกกะปิ ท่านก็จะได้น้ำพริกมะม่วงที่มีรสชาติจัดจ้านเอาไว้รับประทานพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ

น้ำมะม่วงเบาปั่น   

น้ำมะม่วงเบาปั่น นิยมปั่นมะม่วงเบาทั้งเปลือกผสมกับน้ำแข็งและน้ำเชื่อม ความฝาดของเปลือกมะม่วงจะทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติกล่อมกลม นับว่าเป็นเครื่องดื่มที่แก้กระหายในหน้าร้อนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

มะม่วงแช่อิ่ม

                การทำมะม่วงแช่อิ่ม ต้องปลอกเปลือกมะม่วงเบาตามจำนวนที่ต้องการให้เกลี้ยง หั่นมะม่วงเบาเป็นแนวยาวพอดีคำ เทมะม่วงเบาลงในภาชนะที่มีฝาปิด จากนั้นนำน้ำปูนใสละลายเข้ากับเกลือเทลงไปให้ท่วมมะม่วงเบาและปิดฝาให้สนิท และทิ้งไว้ 1 คืน วันถัดมาให้เทน้ำปูนใสออกจากภาชนะทั้งหมด จากนั้นจึงเทน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ลงไปในภาชนะเดียวกันจนท่วมมะม่วงเบา ปิดฝาให้สนิทและทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นก็นำมารับประทานได้  ถึงแม้วว่าการทำมะม่วงเบาแช่อิ่มอาจใช้เวลานานหน่อย แต่รับรองว่าเมื่อท่านได้ลิ้มรสฝีมือตัวเอง ท่านจะรู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที

สร้างรายได้จากผลไม้ที่ล้นตลาด

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว มะม่วงเบายังได้รับความนิยมนำมาปรุงรสเปรี้ยวแทนมะนาวในช่วงที่มะนาวมีราคาแพง จะเห็นได้ว่าบางครั้งผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลมีเยอะเกินกว่าจะกินทัน เจ้าของผลไม้ยืนต้นบางท่านจึงปล่อยให้ผลไม้เน่าเสียไปตามกาลเวลา ซึ่งถือเป็นการปล่อยผ่านโอกาสอย่างน่าเสียดาย แต่หากมีวิธีคิดที่สร้างสรรค์หรือสามารถหาช่องทางสร้างรายได้จากสิ่งที่มี ก็สามารถทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกทางจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

แกงเหลืองของคนกรุง แต่เป็นแกงส้มของชาวปักษ์ใต้

หากพูดถึงอาหารประจำถิ่นรสชาติจัดจ้านถึงเครื่องของชาวปักษ์ใต้ เมนูแรก ๆ ที่คนต่างถิ่นนึกถึงคงจะหนีไม่พ้นแกงเหลืองหรือแกงส้มนั่นเอง แกงเหลืองเป็นชื่อที่คนภาคกลางใช้เรียกเนื่องจากเรียกตามสีเหลืองของน้ำแกงที่เกิดจากขมิ้น ส่วนชาวปักษ์ใต้นั้นเรียกว่าแกงส้ม ไม่ใช่เพราะสีของน้ำแกงมีสีส้มแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะรสชาติของน้ำแกงนั้นมีรสเปรี้ยวนำต่างหาก

ความนิยมของแกงส้ม

แกงส้มไม่ได้รับความนิยมเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แต่พบว่าทุกภูมิภาคของประเทศไทยนิยมรับประทานแกงส้ม เนื่องจากเป็นแกงที่มีรสชาติที่จัดจ้าน กลมกล่อมเข้ากันอย่างลงตัว อีกทั้งไม่มีสูตรตายตัวเพราะสามารถใส่ผักหรือเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้ตามความชื่นชอบของแต่ละคน ถึงแม้ว่าแกงส้มจะได้รับความนิยมในประเทศไทยและนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย แต่ต้องยอมรับว่าแกงส้มของชาวปักษ์ใต้นั้นมีรสชาติที่แตกต่างจากภาคอื่น มีความอร่อยและจัดจ้านอย่างเป็นเอกลักษณ์

เคล็ดลับของความเป็นเอกลักษณ์

                ขั้นตอนของการทำแกงส้มนั้น ต้องเริ่มจากการทำเครื่องแกง การทำเครื่องแกงไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เริ่มจากใส่กระเทียมและหอมแดงปลอกเปลือกเกลี้ยงอย่างละ 1 หัว  พร้อมขมิ้นทั้งเปลือก 1 แง่ง พริกแห้งเผาในปริมาณที่ชอบ และเกลือปริมาณปลายช้อนชา ลงในครกหิน ก่อนตำควรหยดน้ำอุ่นลงไปเล็กน้อยเพื่อให้เครื่องเทศไม่กระเด็นออกจากครก จากนั้นโขลกทุกอย่างเข้าด้วยกัน จึงนำกะปิแท้แบบใต้ใส่ลงไปและโขลกกะปิให้เข้ากับเครื่องเทศ

เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดในการทำเครื่องแกงส้มฉบับชาวปักษ์ใต้นั้น คือ ไม่นิยมใส่กระชาย ข่า และตะไคร้ และต้องตำเครื่องแกงกับครกหินเท่านั้น ห้ามปั่นละเอียดกับเครื่องปั่นเด็ดขาด เพราะการปั่นกับเครื่องปั่นนั้นจะทำให้เครื่องเทศไม่แตกตัว เหลวเป็นน้ำและไม่มีความเข้มข้น เมื่อได้เครื่องแกงส้มแล้วให้นำน้ำสะอาดใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือด จากนั้นนำเครื่องแกงส้มที่ได้ลงไปละลายกับน้ำเดือด ปรุงรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว ส้มแขกแห้ง หรือ ตะลิงปลิง ส่วนขั้นตอนสุดท้ายของการทำแกงส้มคือการใส่ผักและเนื้อสัตว์ตามความต้องการ จะเห็นได้ว่าวิธีกาทำแกงส้มของชาวปักษ์ใต้นั้นไม่ได้มีวิธีที่แตกต่างไปจากการทำแกงส้มของภาคอื่นมากนัก แต่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่กล่าวมานี่แหละปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้แกงส้มในรสชาติที่แตกต่างกันไป

ประโยชน์ของแกงส้ม

                นอกจากแกงส้มจะมีรสชาติที่จัดจ้านถึงใจแล้ว แกงส้มยังมีสรรพคุณเป็นยาที่มีฤทธิ์ระบายอ่อน ๆ จากการผสมวัตถุดิบรสเปรี้ยวอย่างมะนาว ส้มแขก หรือน้ำมะขามเปียกเป็นต้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่ายและบรรเทาอาการท้องผูก อีกทั้งแกงส้มยังเป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารแต่ละขั้นตอนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรพื้นบ้านทั้งสิ้น ดังนั้นแล้วหากใครกำลังควบคุมน้ำหนักตัวโดยการรับประทานอาหารคลีนเพียงอย่างเดียว แกงส้มอาจเป็นเมนูทางเลือกหนึ่งในการหลีกเลี่ยงความจำเจของอาหารคลีนได้

อาหารถิ่นล้านนา อาหารเหนือของไทยรสชาติประทับใจไม่รู้ลืม

ถ้านึกถึงประเทศไทยช่วงฤดูหนาว บรรยากาศหมอกลอยจาง ๆ พร้อมสูดกลิ่นไอของอากาศบริสุทธิ์ หลายคนต้องนึกถึงภาคเหนือเป็นสถานที่แรก ๆ และออกเดินทางเพื่อไปสัมผัสบรรยากาศลมหนาวเย็นที่เหนือ เมื่อเรามาเยือนเมืองเหนือถิ่นล้านนาทั้งที สิ่งที่จะพลาดไม่ได้คืออาหารเหนือ อาหารเฉพาะถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชวนให้หลงใหล บอกได้คำเดียวเลยว่า “ลำแต้ ๆ”ซึ่งคำว่า “ลำแต้ ๆ” เป็นภาษาถิ่นของภาคเหนือซึ่งแปลว่า “อร่อยจริง ๆ” นั่นเอง มาไกลถึงเมืองเหนือต้องอย่าพลาดรับประทานอาหารนิยมยอดฮิต มีทั้งอาหารจานเดียว เมนูแบบกับข้าว และเครื่องจิ้ม รสชาติเข้มข้นแบบต้นฉบับ หลากหลายจนรับประทานกันได้ไม่มีเบื่อแน่นอน

เมนูที่หลากหลายและรสชาติที่กลมกล่อมแบบสไตล์ล้านนา

อาหารเหนือต้องเริ่มที่เมนูนี้เลย ข้าวซอยไก่ กับน้ำพริกข้าวซอยที่ทำเอง รสชาติเข้มข้น จะใช้บะหมี่เหลืองทอดกรอบ รับประทานกับน่องไก่คำใหญ่ต้มจนเปื่อย เนื้อนุ่มจนละลายในปากกันเลย เมื่อจะรับประทานก็จะบีบมะนาวแล้วแกล้มด้วยหอมแดงและผักกาดดองเพื่อรสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น

“ขนมจีนกับน้ำเงี้ยว”  เมนูที่อร่อยมาก ๆ บางร้านจะลงมือทำเส้นขนมจีนเอง ถ้าอยากกินแบอร่อย ๆ ต้องเลือกร้านที่ทำขนมจีนเองสด ๆ จะยิ่งดี น้ำเงี้ยวนั้นจะนำเอากระดูกหมูไปเคี่ยวจนเนื้อหมูเปื่อยนุ่ม ทำให้กินได้ ส่วนน้ำพริกแกงที่ใช้ทำน้ำเงี้ยว จะมีกลิ่นหอมจัดจ้าน รสเข้มข้นเข้ากันกับน้ำน้ำซุป เท่านี้จะได้กินขนมจีนน้ำเงี้ยวแสนอร่อย ที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวทางภาคเหนือ

ต่อกันที่ “ไส้อั่ว” เป็นอาหารพื้นเมืองของทางภาคเหนือ ทำจากเนื้อ หมูบด ผสมพริกแห้ง กระเทียม ขมิ้น ข่า ใบมะกรูด หอมแดง และเครื่องปรุงรส แล้วใส่ไปในไส้อ่อนของหมูที่ล้างทำความสะอาดไว้ เมื่อนำไปย่างก็จะได้ไส้อั่วแสนอร่อย กลิ่นหอมชวนรับประทานแล้ว

สุดยอดเมนูเด็ดอีกหน่งอย่าง ที่หลายคนนิยมซื้อกลับติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้าน เมนูนี้ถือว่าเป็นเครื่องจิ้มพื้นบ้านแท้ ๆ นั่นคือ “น้ำพริกหนุ่ม” วิธีการทำนั้นจะเอาพริกหนุ่มไปย่างจนหอม แล้วจึงโขลกรวมกับหอมแดง กระเทียม ปรุงรสด้วยเกลือ แล้วโรยด้วยต้นหอมกับผักซี จัดเป็นของอร่อยประจำครัวของคนเหนือเลยทีเดียว

“แกงอ่อมหมู” เมนูอุ่น ๆ แบบนี้เข้ากันดีกับอากาศหนาว ๆ ใช้รับประทานแก้หนาวได้อย่างดี
โดยแกงอ่อมหมู ใส่หมูสามชั้นและเครื่องในมาพร้อมน้ำพริกแกงอ่อมสูตรต้นตำหรับพื้นบ้านทางเหนือ รับประทานกับขนมจีนยิ่งทำให้อร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้นไปอีก ใครที่เบื่อแกงอ่อมแบบของภาคอีสานก็ลองเปลี่ยนมาลองรับประทานแกงอ่อมสไตล์เหนือกันบ้างก็ได้

อาหารเหนือที่รสชาติอร่อยกลมกล่อม อากาศที่เต็มไปด้วยโอโซนกับทิวทัศน์สวยงามน่ามอง เมื่อมีโอกาสได้มาเยือนก็อย่าพลาดที่จะแวะจอดรถชิมอาหารเหนือกัน บอกเลยว่าอาหารเหนือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนที่อื่น เพราะมีอาหารพื้นบ้านมากมาย ที่น่ารับประทาน นี้แค่ส่วนหนึ่งของอาหารเหนือที่คนไปเที่ยวต้องแวะทานให้ได้ ไม่อย่างนั้นอาจจะเรียกว่ามาไม่ถึงเมืองเหนือ

มนต์เสน่ห์แห่งเอกลักษณ์อาหารพม่า หากได้ลองชิมดูก็อดไม่ได้ที่จะหลงรัก

พม่าเป็นประเทศที่มีพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศติดกับประเทศไทยโดยประเทศพม่ายังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ความเป็นตัวเองดั้งเดิมได้เป็นอย่างมากในเกือบทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการดำเนินชีวิต เสื้อผ้าการแต่งกาย รวมไปถึงลักษณะอาหารการกิน ถึงแม้ประเทศพม่าจะมีความหลากหลายของผู้คนในประเทศ แต่วัตถุดิบในการประกอบอาหารก็มีหลายสิ่งที่เหมือนกันในหลาย ๆ เมนูอาหารพม่า ที่พอได้เห็นก็อดจะนึกถึงอาหารพม่าทุกครั้งไปเสียไม่ได้ ตัวอย่างเช่น

ถั่ว” หากมีโอกาสกินอาหารที่ชาวพม่าขาย โดยเฉพาะแถวพื้นที่ติดกับประเทศพม่า จะพบว่าอาหารส่วนใหญ่จะมีถั่วเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเอาถั่วชนิดต่าง ๆ มาทำการชุบแป้งทอดขายด้วยเด็กน้อยชาวพม่า นำมาทำเป็นขนมขบเคี้ยวบรรจุใส่ซองอย่างดีเก็บไว้กินได้นาน หรือจะอาหารปรุงขายกันสด ๆ ก็มีถั่วให้เห็นแทบทั้งนั้น อาทิ โมฮิงกา เมนูที่ชาวพม่านิยมกินกันเป็นอาหารเช้า มีลักษณะเป็นเส้นกลม ๆ สีขาวราดด้วยน้ำข้น ๆ สีขาวขุ่นอมส้ม คล้ายกับน้ำยาของขนมจีนแกงกะทิของไทยที่มีการนำถั่วสิสงบดผสมลงไปในน้ำราดทำให้รสชาติมีความกลมกล่อมละมุนลิ้น โรยหน้าด้วยเครื่องต่าง ๆ เมนูนี่หากอยากลิ้มชิมรสกันก็สามารถหาซื้อกินได้ทั่วไปในพม่า หรือร้านอาหารพม่าที่เปิดในไทย ฯลฯ นอกจากการทำถั่วมาทำเป็นอาหารคาวกันแล้ว พวกอาหารว่างหรือของหวานพม่าหลายเมนูก็มีถั่วเป็นส่วนประกอบที่ผสมผสานจนได้รสชาติอันลงตัว

วัตถุดิบต่อมาที่มักจะพบในอาหารพม่าก็คือ “เครื่องเทศ” โดยเฉพาะผงกะหรี่และผงขมิ้นที่มักจะเห็นเป็นส่วนผสมในพวกแกงกะทิต่าง ๆ หลายเมนูทำให้อาหารที่ออกมามีสีเหลืองทองหรือสีเหลืองอมส้ม พวกอาหารว่างก็มีการใส่ผงขมิ้นเป็นส่วนประกอบกันไม่น้อยเช่นกันอย่าง ซาโมซ่าที่มีลักษณะเป็นแป้งทอดสีเหลืองทองรูปทรงสามเหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่มากนัก ภายในมีไส้ที่ทำจากถั่ว มันฝรั่ง ผงขมิ้น เครื่องเทศอื่น ๆ แล้วทำการปรุงรสด้วยเกลือ เมนูนี่นิยมกินตอนร้อน ๆ ให้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน รสชาติออกเค็มไม่มากแล้วหวานเล็กน้อยจากตัวเนื้อมันฝรั่ง และหอมกลิ่นเครื่องเทศ เมื่อกินคู่กันกับซอสสีแดงอมส้มรสชาติเปรี้ยวนำเผ็ดหวานตามอย่างเบา ๆ จะให้รสชาติที่แปลกใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

วัตถุดิบในการประกอบอาหารและลักษณะการกินของชาวพม่านั้นยังมีลักษณะหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกหลากหลายแบบ เช่น การนิยมกินหมากของชาวพม่าที่มีทั้งหมากแบบหวานและหมากแบบยาหรือจะเป็นการกินการดื่มชาก็เป็นที่นิยมและมีอยู่ในเมนูอาหารพม่าอีกหลากเมนูเช่นเดียวกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี่เป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความมีเสน่ห์และความประทับใจให้กับคนที่ได้ลองกินอาหารพม่าไม่น้อยกันเลยทีเดียว