Tag Archives: อาหารโบราณ

ชวนมาลิ้มชิมรสอาหารไทยโบราณ…ถึงชื่อจะแปลกหูไปหน่อยแต่ก็อร่อยจนอยากบอกต่อ

วันนี้จะพามารู้จักกับอาหารไทย แน่นอนว่าไม่ใช้อาหารไทยที่กินกันเป็นประจำในทุกวัน แต่เป็นอาหารไทยโบราณที่แค่ได้ยินชื่อก็ต้องขอให้พูดซ้ำอีกรอบ ถึงแม้ชื่อจะแปลกหูไปบ้างแต่เรื่องรูปร่างหน้าตา กลิ่นรส และสีสันไม่แปลกอย่างแน่นอน การันตีด้วยชื่ออาหารไทยโบราณที่ขนาดอาหารไปทั่วไปที่กินเป็นประจำ ชาวต่างชาติต่างภาษาเมื่อได้ลองชิมก็ยกนิ้วบอกว่าเยี่ยมกันเกือบจะทุกราย แล้วนี่เป็นอาหารโบราณที่มีขั้นตอนซึ่งต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด และต้องให้ประณีตสวยงาม บางเมนูถึงกับมีการแกะสลักผักผลไม้ที่ใช้ปรุงหรือใช้กินเป็นเครื่องเคียง ตอนนี่คงอยากรู้แล้วสิว่ามีเมนูอะไรก็บ้างตามมาดูกัน

เริ่มด้วยเมนูแรกชื่อ“แกงหมูตะพาบน้ำ” เป็นแกงไทยโบราณที่ไม่ได้ใช้เนื้อตะพาบมาใช้ในการปรุง แต่ใช้เนื้อหมูแทน แกงหมูตะพาบน้ำมีลักษณะเป็นแกงกะทิค่อนข้างข้น และสีออกเหลืองทองอมส้มนิดน้อย โดยวิธีทำก็แสนจะไม่ยุ่งยาก แค่นำพริกแดงแห้งเอาเม็ดออกแช่น้ำจนนิ่ม เกลือป่น ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด หอมแดงกระเทียมปลอกเปลือก ลูกผักชีลูกยี่ร่าป่น กะปิ นำมาโขลกหรือปั่นรวมกันจนได้พริกแกงเนื้อละเอียด แล้วนำมาผัดกับหัวกะทิ ผัดจนกะทิแตกมัน ใส่เนื้อหมูหั่นชิ้น และหนังหมูขูดขนหั่นเส้นที่ต้มสุกแล้วลงไป ผัดให้เข้ากัน ใส่หางกะทิ จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามและน้ำตาลปี๊ด ใส่มะอึกผ่าสี่ สุดท้ายใบมะกรูดฉีดและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง หรือจะใส่เป็นพริกชี้ฟ้าแดงแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ เพื่อเพิ่มความสวยงามของจานอาหารก็ได้เช่นกัน พอเดือดก็ปิดไฟตักขึ้นเสิร์ฟได้

ต่อมาจะเป็นเมนูอาหารเบา ๆ รสชาติไม่หนักมากนักชื่อเมนูว่า “ข้าวต้มสาคู” ซึ่งเป็นเมนูที่มีมาเกือบร้อยปี โดยชื่อข้าวต้มสาคูปรากฏในกาพย์เห่ชมเครื่องว่างในรัชกาลที่ 6 ข้าวต้มสาคูทำจากสาคูเม็ดใหญ่ แครอทหั่นเต๋าเล็ก ฟักทองปลอกเปลือกหั่นเต๋าเล็กและเม็ดถั่วลันเตา ซึ่งทั้งหมดต้มสุกแล้วใส่ลงในน้ำซุปไก่ จากนั้นใส่เนื้ออกไก่ฉีกต้มสุก ต้มจนเดือดเบาๆระวังอย่างให้น้ำขุ่น สุดท้ายปรุงรสด้วยซีอิ้วขาวเล็กน้อย เวลาจะกินก็ตักใส่ถ้วยโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว พริกไทยป่น ขนมปังตากแห้งหั่นเต๋าทอดเล็ก และใบขึ้นฉ่ายซอยเป็นอันเสร็จได้ข้าวต้มหอม ๆ รสชาติเบา ๆ เหมาะสำหรับเป็นอาหารเช้าทานได้ทุกเพศทุกวัย

อาหารไทยโบราณยังมีอีกหลายร้อยเมนู แถมแต่ละภูมิภาคก็มีชื่อและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจาน ล้วนแสดงให้เห็นว่าการปรุงอาหารที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน ไม่ใช่เป็นเพียงเพื่อการบริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอีกอย่างหนึ่ง งานศิลป์ที่ผู้รับสามารถรับรู้และชื่นชมได้ทั้งในรูป รส กลิ่นและสัมผัสในคราวเดียวกัน

 

ชวนมารู้จักลักษณะของว่างอย่างไทย…..อีกมนต์เสน่ห์ของไทยกับเมื่อครั้งโบราณ

คนไทยในสมัยก่อน นอกจากจะกินอาหารคาวหวานกันในแต่ละมื้ออาหารแล้ว ในระหว่างวันหากมีอาการหิวจนท้องร้อง ก็ยังมีของว่างหรืออาหารว่างเตรียมไว้บรรเทาอาการหิว เพื่อรอกินอาหารคาวหวานในมื้ออาหารหลักถัดไป โดยเมนูอาหารว่างของไทยที่ถูกปรุงขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะรูปร่างหน้าตาเป็นชิ้นพอดีคำ สามารถหยิบกินได้สะดวก รสชาติก็มักจะออกหวานนำเค็มตาม หรือจะออกรสหวานเค็มเด่นพอดีกัน บางเมนูอาจจะมีรสเปรี้ยวมาแทรกบ้าง เพื่อลดอาการเลียนเมื่อต้องกินหลาย ๆ ชิ้นติดต่อกัน ตัวอย่างเช่น

ม้าฮ่อ” ถึงชื่อเมนูนี่จะมีคำว่าม้า แต่ส่วนผสมหลักในการปรุงกลับเป็นพวกผักผลไม้ โดยม้าฮ่อเป็นของว่างไทยโบราณที่ผสมผสานระหว่างวัตถุดิบผลไม้รสเปรี้ยวและเนื้อสัตว์ออกมาได้อย่างลงตัว ซึ่งสวยงามประณีตทั้งรูป รส และกลิ่นเชิญชวนดึงดูดใจให้อยากลองหยิบเข้าปากสักคำ โดยวิธีการม้าฮ่อก็แสนเรียบง่ายเพียงใช้ผลไม้รสเปรี้ยว อาทิ ส้มเขียวหวาน ส้มโอ มะเฟือง มะยงชิด สับปะรด ฯ ตามแต่ใจจะปรารถนา นำมาปลอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ด้านบนวางทับด้วยไส้ที่ทำจากเนื้อหมูบด กุ้งสดบด ถั่วสิสงคั่ว หอมแดง และเครื่องเทศมาผัดให้เข้ากัน แล้วปรุงรสหวานเค็มจากนั้นกวนไปเรื่อย ๆ จนเหนียวแล้วค่อยนำมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ สุดท้ายตกแต่งหน้าด้วยผักชีและพริกชี้ฟ้าซอย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการหยิบกิน อาจใช้จิ้มฟันเสียบลงไปในแต่ละชิ้น แต่หากอยากเข้าถึงอารมณ์การกินขนมโบราณที่แท้จริง ก็สามารถใช้เพียงนิ้วมือสองนิ้วคีบหยิบเข้าปากก็ได้เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ลักษณะอาหารว่างไทยสิ่งที่สำคัญอีกสิ่งคงหนีไม่พ้นรูปร่างหน้าตาที่ประดิบประดอยจนสวยงามน่ากินซึ่งก็มีอยู่หลายเมนูด้วยกัน แต่มีเมนูหนึ่งที่แทบจะไม่ได้ยินชื่อแล้วในปัจจุบันนั้นคือ “ล่าเตียงและหรุ่ม” อาหารว่างไทยโบราณที่มีมานานแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีรูปร่างลักษณะน่าตาเป็นชิ้นเหลี่ยมน่ารักจุ๋มจิ๋มขนาดพอดีคำ กินแล้วไม่หนักท้องจนเกินไป โดย 2 เมนูนี่จะมีไส้เหมือนกันที่ทำจากหมูสับ กุ้งสับ หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมเล็กผัดกับรากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลกรวมกันแล้วปรุงรสให้ออกเค็มนำหวาน จากนั้นใส่ถั่วลิสงคั่วบุบลงไปผัดไปเรื่อย ๆ จนแห้ง สุดท้ายนำมาห่อด้วยไข่โดยไส้ที่ห่อด้วยไข่ที่มีลักษณะเป็นแผ่นจะเรียกว่า หรุ่ม ส่วนไส้ที่ห่อด้วยไข่ที่ทำเป็นแพคล้ายแหซึ่งสามารถมองเห็นไส้ด้านในได้จะเรียกว่า ล่าเตียง

ลักษณะของว่างไทยยังมีเอกลักษณ์อีกหลายอย่าง ที่ทำให้มีเสน่ห์ซึ่งหลายเมนูมีวิธีการทำก็ไม่ยากอย่างที่คิดสามารถนำมาทำเป็นกิจกรรมในยามว่าง แล้วถ่ายรูปผลงานที่ทำอวดเพื่อนผ่านโซเชียลก็ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ